จุดเริ่มต้นของ M.E.G.
rating: +1+–x

เริ่มการบันทึกเสียง:

คุณรู้มั้ย… สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ผมชื่นชอบการสำรวจมาตลอด ตอนที่ผมนอนหลับผมจะฝันถึงมันทุกคืน ผมเดาว่านั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อคุณมีความปราถนามาอย่างยาวนาน ความสงสัยฆ่าแมวได้ ผมพบว่ามันคือเส้นทางที่ยาก นี่คือที่มาของการก่อตั้ง M.E.G. ของเราและสิ่งที่ทำให้เราทุกคนอยู่มาจนถึงวันนี้


ทุกอย่างมันเริ่มต้นตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ย้อนกลับไปก่อนที่จะเข้ามาใน Backrooms มีแค่ผมและครอบครัวของผมในบ้านของเรา ผม… ผมมีบ้านหลังใหญ่ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ห้องนอนของผมเต็มไปด้วยของเล่นและทุกอย่างที่เป็นลักษณะนั้น แม้แต่ตอนที่ผมโตขึ้นผมก็ยังไม่อยากเอาพวกมันไปทิ้ง ในบ้านมีโถงทางเดินมากมายและมันก็เป็นเรื่องปกติที่คุณอาจจะหลงทางอยู่ที่ไหนซักแห่ง ผมเองก็อยากกลับไปและสำรวจพื้นที่กว้างของสถานที่ที่เราเคยอยู่ ป่า ทะเลสาบ และท้องฟ้ายามเที่ยงคืน มันทำให้ผมรู้สึกสนุกและดื่มด่ำไปกับความลึกลับของธรรมชาติ คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าธรรมชาติและชีวิตได้มอบอะไรให้แก่คุณบ้าง

มันมีพื้นที่แห่งหนึ่งในบ้านของผม เป็นห้องใต้ดินขนาดใหญ่ ในห้องนี้มีโถงทางเดินและห้องต่างๆที่ว่างเปล่าที่ยังสร้างไม่เสร็จ ห้องมันใหญ่มากเมื่อเทียบกับผมตอนนั้นที่ยังตัวเล็กนิดเดียว ผมมักจะหลงเข้าไปอยู่ในนั้น เล่นไปทั่ว และสำรวจที่ใหม่ๆ ผมจะจินตนาการตลอดว่ามันคือสุสานที่อยู่ใจกลางทะเลทราย หรือป่าดงดิบ สำรวจความลึกลับใหม่ๆที่อยู่เบื้องหน้าและค้นหาสมบัติไปพร้อมกับกลุ่มคนที่มาออกเดินทาง แม้แต่พี่/น้องสาวของผมก็จะมาเล่นกับผมเป็นบางครั้งบางคราว พ่อแม่ของผมมักจะเจอผมอยู่ข้างล่างนี้ และพาผมขึ้นไปทานมื้อเย็น จากนั้นก็ส่งเข้านอน ผมมีหน้าต่างบนหลังคาบานหนึ่งอยู่ในห้องของผม ผมมักจะจ้องมองดวงดาว และเริ่มฝันถึงการสำรวจอวกาศ ในที่สุดผ้าห่มแสนอบอุ่นที่เต็มไปด้วยดวงดาวก็มาถึงตัวผม และผมก็หลับผล๋อยไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยใหม่ๆในวันพรุ่งนี้ และฝันถึงการค้นพบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

ผมเคยเป็นเด็กเอาแต่ใจที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวยในตอนแรก แต่มันก็เป็นแบบนั้นได้ไม่นาน ในที่สุดเงินของเราก็หมดลงเพราะธุรกิจของเราปิดตัวลง เมื่อผมโตพอที่จะประหยัดเงินได้มากขึ้น ผมไม่สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ พวกเขาไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆแก่ผมได้เลย และผมก็ไม่เคยย้ายออกไป ยังไงผมก็อายุยังไม่ถึงที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้อยู่ดี พ่อของผมมักจะบอกผมเสมอว่า 'การทำงานหนักจะทำให้ประสบความสำเร็จ' ในแง่มุมนั้นเขาพูดถูก แต่ผมก็ไม่เคยได้งานทำเลยโดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีชื่อเสียง มันยากสำหรับผม ความฝันถึงการสำรวจทั้งหมดนั่น และความเป็นไปได้ที่จะพบบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์

ผม… ผม- ผมจำไม่ได้ว่าทำไมธุรกิจนั่นถึงปิดตัวลง… ได้ยังไง?…


โรงเรียนคือประสบการณ์ที่น่าสนใจ ผมอยู่ในระดับชั้นที่ต่ำกว่าที่ผมควรจะอยู่เพราะวันเกิดของผม ผมเรียนผ่านทุกระดับชั้นเพราะผมเข้าใจเนื้อหาส่วนใหญ่มาอยู่แล้ว แต่มันก็ทำให้ผมมีเพื่อนใหม่ด้วยเช่นกัน… เพื่อนที่ผมจะอยู่ด้วยกันทั้งชีวิต… แม้จะเป็นตอนที่ยากลำบากก็ตาม พวกเขาคือกลุ่มนักสำรวจของผม ผมบอกพวกเขาแบบนั้นตอนที่ยังเด็ก และมันก็ยังเป็นความจริงอยู่ ผมเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ และผมก็มักจะแสดงออกแบบนั้น ผมเป็นคนที่รับมือยากนิดหน่อย แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้เพราะตอนนั้นเราก็ยังเป็นเด็กกันอยู่ ผมมักจะปกป้องเด็กคนอื่นๆจากการกลั่นแกล้งเสมอ และอะไรแบบนั้น ตอนนั้นผมค่อนข้างดังเลยล่ะ แม้ว่าผมจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง… ซึ่งก็มีมาตลอด ผมไม่ได้แสดงให้พวกเขาเห็นแต่… ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก ก็ เอาเป็นว่า เราทุกคนก็มักจะไปเล่นกันในสนามเด็กเล่น สำรวจสถานที่ใหม่ๆ และพบเจอกับเพื่อนใหม่ๆ บางคนก็อยู่กับพวกเราได้ไม่นานนัก ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้พบกับสิ่งที่เป็นที่รักในชีวิตของผม… มิเคย์ล่า… เธอยังคงอยู่ข้างนอกนั่น… อยู่ที่บ้าน… ผมคอยภาวนาให้เธอปลอดภัยอยู่เสมอ และผมหวังว่าจะได้เจอเธออีกครั้งเมื่อผมออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว

เธอมักจะอยู่เคียงข้างผมเสมอ คอยเป็นห่วงผมยามที่ผมรู้สึกไม่สบายใจ หรือหมดหนทาง ผมหวังว่าผมจะยังไม่ถูกลืมนะ แล้ววันหนึ่งพ่อแม่ของผมจะไปตั้งแคมป์กัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเรามากนัก พวกเขาบอกให้ผมตามไปด้วย และผมก็ตอบตกลง ตอนนั้นเป็นปี 2012 ผมอายุได้ 16 ปีและพวกเราก็จะไปอยู่ที่นั่นหนึ่งอาทิตย์ สถานที่แห่งนั้นเคยเป็นสนามรบในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ซากต่างๆมากมายถูกทิ้งไว้เบื้องหลังให้เน่าเปื่อยและสลายไป มันเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นและทำให้ผมหวนนึกถึงสมัยเด็กที่เต็มไปด้วยการผจญภัย พวกเราตกปลา ปีนเขา และนั่งรอบแคมป์ไฟพร้อมหน้ากับครอบครัวและเพื่อนของผมที่กำลังเล่าเรื่องราวต่างๆที่เราคิดขึ้นมาได้ ผมพากลุ่มของผมมาด้วย มีแอนดรูว์ รีด เจสสิก้า และมิเคย์ล่า ผมไม่อยากพาพวกเขามาอยู่ที่นี่ ผมอยากให้เรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น พวกเราทุกคนหวังแบบนั้น แต่ เราจะปล่อยให้มันทำให้เรารู้สึกแย่ไม่ได้เด็ดขาด

เฮ้อ…

ก็… ไม่กี่วันต่อมา แคทเธอรีน พี่/น้องสาวของผม เธอเข้าไปในป่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 6 โมงเย็นและมันก็ใกล้จะมืดแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน ผมไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไปเพราะมีรายงานว่ามีหมีอยู่บริเวณนี้ ตอนที่ผมเห็นเธอกำลังเดินออกไป ผมบอกเธอให้รอก่อน และสุดท้ายก็ตามเธอไป ผมบอกว่ามันใกล้จะมืดแล้วนะ แล้วเธอก็เล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับสมบัติในยุคสงครามโลกครั้งที่สองที่ถูกฝังอยู่ในป่าแห่งนี้ มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ผมอยากรู้ว่าสมบัตินั่นมันอยู่ที่ไหน พวกเราเดินหาอยู่ประมาณ 20 นาทีจนกระทั่ง มีบางอย่างขยับอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ข้างๆเรา พวกเราต่างรู้สึกกลัว ในใจผมกำลังคิดถึงสิ่งต่างๆนาๆ หมี? กวาง? หมาป่า? ผมเตรียมจับมือแคทเธอรีนและออกตัววิ่ง เมื่อผมหันกลับไป ผมก็พบว่านั่นคือเพื่อนของเราเอง แน่นอนว่าเป็นแอนดรูว์ รีด และเจส ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นห่วงผมก็เลยออกมาตามหาพวกเรา ผมถามว่ามิเคย์ล่าอยู่ไหนพวกเขาตอบว่าเธอกำลังทำอาหารให้พวกเราอยู่ที่แคมป์

ผมสงสังจังว่าเธอกำลังทำอาหารอะไร… อาหารของเธอนั้นน่าทึ่งอยู่เสมอ


พวกเราเดินกลับไปและกวาดตามองรอบๆที่ต้นไม้และพุ่มไม้ มันเป็นสถานที่ที่สวยงาม แต่… พวกเราสังเกตว่ามีบางอย่างแปลกไป พวกเราไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเลย ควันจากแคมป์ของเรายังคงมองเห็นอยู่ห่างออกไป แต่ไม่มีท่าทีว่าจะเข้าใกล้ขึ้น มันเหมือนกับว่าป่าแห่งนี้ไม่มีจุดจบ แล้วแอนดรูว์ก็พูดบางอย่างขึ้นมาที่ผมจะจำได้ไปตลอดชีวิต 'รีดอยู่ที่ไหน?' เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น และทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผม ผมกลัวมาก พวกเราออกค้นหาเขา และผมก็เดินอยู่แถวๆที่คิดว่าน่าจะเกิดเรื่องขึ้น ผมหยุดคิดไปชะงัก และจากนั้นผมก็เห็นมัน… รอยยิ้มเรืองแสงกับฟันอันแหลมคมที่อยู่ห่างออกไป… กำลังจ้องมองมาที่พวกเรา… ผมรู้สึกกลัว… แต่ผมกลับรู้สึกเต็มไปด้วยความโกรธ ผม— ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึง… ทำไมต้องเป็นผม? ผมจำไม่ได้ แต่… คำถามเหล่านี้ผุดเข้ามาในความคิดของผมเต็มไปหมด 'มันเอารีดไปจากเราหรอ?' ผมรู้สึกหัวเสียมาก ผมวิ่งตรงไปหาสิ่งนั้นพร้อมกับกิ่งไม้ พร้อมที่จะโจมตีมัน ผมคิดอะไรไม่ออกเลย และผมรู้ว่าผมไม่ควรทำแบบนั้น แคทเธอรีนกำลังวิ่งตามผมและตะโกนให้กลับมา แล้วเธอก็ร้องไห้… เธอไม่อยากให้ผมเป็นอะไรไป… และกำลังสับสนไม่ต่างจากพวกเราทุกคน และเมื่อผมได้ยินเสียงเจสกรีดร้องออกมา ผมหันหลังกลับไปและเห็นพี่/น้องสาวของผม… ร่วงผ่านพื้นลงไป… ราวกับว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น… ผมหยุดไล่ตามและวิ่งกลับไปและพยายามขุดดินลงไป ขุดทั้งหญ้าและดินออกไปจนแอนดรูว์ดึงผมออกมาและพูดกับผมว่า 'เราต้องไปกันแล้ว เดี๋ยวนี้!' เราวิ่งหนี ผมมองอะไรไม่เห็นเลยเพราะน้ำตาที่ไหลออกมา… และ… พอพวกเราวิ่งมาถึงทางตัน มีภูเขาอยู่ตรงหน้าทางเดิน… และมีประตูอยู่ตรงนั้น

ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก พวกเราเปิดประตูและทุกคนก็วิ่งเข้าไป มัน… เหมือนกับห้องใต้ดินของเราเลย… โถงทางเดินและห้องต่างๆที่ว่างเปล่า นรกไร้จุดจบที่มีแต่กำแพงสีเหลือง ผมไม่เคยอยากจะมาอยู่ที่นี่เลย ไม่มีใครอยากมาอยู่ที่นี่ ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของแคทเธอรีนอยู่ใกล้ๆ พวกเราวิ่งตามไปและเจอเธออยู่ในท่านั่งคุดคู้ กำลังร้องไห้ นี่มันมากเกินไปสำหรับพวกเราทุกคน พวกเรานั่งกันอยู่ตรงนั้น คอยดูแลเธอ และมีใครบางคนกำลังเดินมาจากที่มุมทางเดิน รีดนั่นเอง พวกเราต่างวิ่งไปหาเขาแต่… เขาไม่ตอบสนองเลย เขา… ขะ-เขาดูเหมือนจะช็อคอยู่ เราไม่อยากพูด ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แค่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็คิด พวกเราคิดไม่ออก… เสียงที่ดังหึ่งตลอดเวลาติดอยู่ในหัวของเรา เราอยู่ที่นี่… หลงทาง… ด้วยกัน… ผมได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้ว การค้นพบ ที่ไม่เคยมีใครทำได้ สิ่งที่เหลือเชื่อและไม่อาจเข้าใจได้ และน่าทึ่ง พวกเราเดินอยู่ในนั้นหลายวัน… ไม่เคยหิวและกระหาย… และไม่เคยหลับ ไม่เคยปล่อยให้ใครอยู่ตามลำพัง และไม่นานเราก็ได้พบกับสิ่งของที่ทำมาจากมนุษย์ พวกเราก็เลยรู้ว่าพวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว

พวกเราอยู่คนเดียวหรอ?… ผมไม่เคยคิดว่าพวกเราอยู่คนเดียวเลยนะ


วันหนึ่งเราได้ยินเสียงกรีดร้องดังอยู่ใกล้ๆ เมื่อพวกเราเข้าไปดู เราก็พบกับเอ็นทิตี้คล้ายมนุษย์สีซีดขนาดใหญ่ ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามว่าเอ็นทิตี้ 10 หรือ "สกิน-สตีลเลอร์" พวกเราพยายามจู่โจมมันขณะที่มันกำลังจับขาข้างซ้ายของเด็กผู้หญิงที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน พวกเราออกไปและโจมตีใส่มันด้วยสิ่งที่เรามี รีดเคยเจอชะแลงเมื่อสองวันก่อน รีดฟาดมันไปที่ศีรษะของเอ็นทิตี้ตัวนั้นขณะที่ผมกับแอนดรูว์จับแขนมันไว้ข้างหลังเพื่อให้รีดตีเจ้านั่นได้เต็มแรงเท่าที่จะทำได้ มันกรีดร้องออกมา และมันก็แข็งแรงมากมันเหวี่ยงแอนดรูว์ไปที่โถงทางเดินด้วยแขนข้างขวาของมัน และก็หวดใส่ผมที่หน้า ผมล้มลงไปอยู่ซักพักก่อนที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง รีดโดนโจมตีและจากนั้นมันก็ฟาดรีดจนกระเด็นไปที่โถงทางเดินด้วยเช่นกัน ชะแลงของเขาลอยมาตกอยู่ที่ผมตอนที่ผมกำลังลุกขึ้น เจสวิ่งเข้าไปจัดการมันและกระโดดขึ้นไปเกาะตัวมัน ชกมันจากด้านบน และมันก็เหวี่ยงเธอออกไป เอ็นทิตี้ตัวนั้นเดินกระเผกไปหาเด็กสาว รีดทำให้มันบาดเจ็บ ผมสังเกตเห็นบางสิ่งเผยออกมาจากตัวมัน เหมือนจะเป็นจุดอ่อน ก่อนที่มันจะทำอะไรกับเด็กสาวคนนั้น ผมวิ่งเข้าไปและแทงจากข้างหลังตรงจุดอ่อนของมันด้วยชะแลง มันยืนนิ่ง และจากนั้นก็ล้มลง… มันตายแล้ว… เราทำได้แล้ว… ผมถามเด็กผู้หญิงคนนั้นว่าเธอโอเคหรือเปล่า เธอมองมาที่ผมด้วยสีหน้ากังวล และต่อมาเธอก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ และพูดว่า 'ชะ-ใช่ ฉันโอเคดี ขอบคุณนะ' ผมหันกลับไปดูว่าคนที่เหลือโอเคมั้ย รีดไม่เป็นอะไร แอนดรูว์ยังสลบอยู่ แต่รีดกับเจสเข้าไปดูว่าเขาโอเคมั้ยและบอกว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

เราถามชื่อของเด็กสาวคนนั้น เธอตอบว่า 'เมแกน… ฉันชื่อเมแกน' เราถามเธอต่อว่าอยากจะเข้ามาอยู่ในกลุ่มเล็กๆของเรามั้ย และเธอก็ตอบตกลงด้วยความดีใจ จากนั้นพวกเราจึงออกเดินทางต่อ พวกเราเจออะไรมามากมาย ช่วยชีวิตคนได้หลายคนและพบกลุ่มคนมากมาย มีหลายสิ่งเกิดขึ้น หลังจากสิ่งที่ได้พบเจอมาทั้งหมด หนึ่งอาทิตย์ต่อมาพวกเราก็ถูกจู่โจมโดยเอ็นทิตี้ 3 'สไมล์เลอร์' เราได้คนมาเพิ่มอีกสองคน แจ็คกับแรนดี้ พวกเราสู้กับมัน ตอนนั้นพวกเราทุกคนมีอาวุธกันหมดแล้ว มันมีกรงเล็บและร่างกายที่เรามองไม่เห็น มันแข็งแกร่งกว่าเรา มันกัดเจสที่แขน และแอนดรูว์ก็ถูกข่วน โชคดีที่ทั้งคู่รอดมาได้ พวกเราล่อมันออกไปโดยให้แรนดี้ใช้แสงไฟล่อ และฉายมันไปที่แคทเธอรีน ขณะที่เธอกำลังล่อมัน มันหันกลับมา และเขาก็โยนไฟฉายผ่านแคทเธอรีนไป สไมล์เลอร์จึงไล่ตามแสงไฟไป และเราทุกคนก็วิ่งหนีไปจากมัน เราวิ่งมาถึงร่างหนึ่งที่น่าจะกลายเป็นอาหารของมันไปแล้ว เพราะมันเคยอยู่ใกล้ๆ และสไมล์เลอร์ตัวนั้นก็มีเลือดติดอยู่ที่ฟันด้วย พวกเรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความช็อคต่อชายคนนั้นที่เคยยังมีชีวิตอยู่ พวกเราต่างสงสัยกันว่าถ้ามันเกิดขึ้นกับพวกเราล่ะ ผมกวาดตามองรอบๆและเห็นสีหน้าที่หมดหวังของพวกเขา… พวกเขาต่างสิ้นหวังและหวาดกลัว และถามว่ามันจะเกิดขึ้นกับพวกเขามั้ย ตอนที่ผมหันไปมองรอบๆ ผมก็คิดได้ว่ามันจะต้องไม่เกิดขึ้น พวกเขาต้องการแรงกระตุ้น สิ่งที่ทำให้พวกเขามีกำลังใจ ผมจึงลุกขึ้น และพูดออกมาว่า:


มองไปที่ผู้คนมากมายที่หลงมาอยู่ที่นี่สิ เรามีกันมากมาย ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณแต่ผู้คนเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือ! เราต้องการความช่วยเหลือ! ผู้คนมากมายอาจจะมีชะตากรรมแบบเดียวกับชายผู้นี้ก็ได้ ถ้าพวกเราต้องติดอยู่ที่นี่จริงๆ ทำไมไม่ทำให้มันปลอดภัยขึ้นล่ะ? ทำไมไม่ออกค้นหาความลับทั้งหมดที่เราต้องการจะคลี่คลายออกมาล่ะ? ทำไมยังนั่งกันอยู่ตรงนี้ในเมื่อพวกเราสามารถช่วยชีวิตได้อีกเป็นร้อย หรือไม่ก็ อีกเป็นพันคนล่ะ? ผมรู้ว่ามันฟังดูเหมือนจะเป็นงานที่ยากแต่ลองคิดดูสิ! ผมสร้างมิตรภาพขึ้นมาจากการสำรวจสนามเด็กเล่นในโรงเรียนเก่าของเรา! รีด เจส แอนดรูว์ พวกนายอยู่กับฉันมานานตั้งแต่ที่ฉันจำได้ ดูสิ่งที่เราได้ทำขึ้นมาสิ เมแกน แรนดี้ แจ็ค เราช่วยพวกคุณไว้ได้! ถ้าเราสามารถทำเช่นนั้นได้ เราก็สามารถช่วยได้อีกหลายชีวิต… ตอนที่ยังเป็นเด็กผมมักจะฝันถึงการสำรวจและค้นหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน! เพราะตลอดทั้งชีวิตของผมผมเชื่ออยู่เสมอว่าในมุมที่มืดมิดที่สุดจะมีแสงสว่างอยู่เสมอ เราแค่ต้องตามมันไป เราคือแสงแห่งความหวังของพวกเขา!


จากนั้นมา M.E.G. ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ถ้านี่ยังไม่ชัดเจน ผมคือผู้ดูแล-A หรือ 'สเตรทช์' หัวหน้าของผู้ดูแลใน M.E.G. นั่นเอง หลังจากเก้าปีของการสำรวจ การค้นพบ และความกล้าหาญ พวกเราก็ได้กลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดใน the Backrooms พร้อมกับอีกหลายทีมที่อยู่ข้างเรา พวกเรายัง และพวกเราจะทำให้ Backrooms เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับนักเดินทางทุกคนต่อไป และในที่สุดเราก็จะพบทางออก การสำรวจสิ่งที่ยังไม่เคยถูกค้นพบคือรากฐานของพวกเรา เราคือแสงแห่งความหวัง เราคือ M.E.G.

เราจะทำให้คุณปลอดภัยเอง

จบการบันทึกเสียง:

EagleSD.png
M.E.G. - Bettering Humanity

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License